My Weeeekend

posted on 13 Jan 2008 21:47 by ppisland in Life


สุดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เราออกไปเตร็ดเตร่ข้างนอกมาคะ
ซึ่งค่อนข้างผิดวิสัยเราอยู่มากโข เพราะส่วนใหญ่เสาร์อาทิตย์
เราชอบนอนกินบ้านกินเมืองอยู่ที่ห้องมากกว่า เฮอะๆ (นิสัยเกียจคร้านเป็นที่หนึ่ง)

เริ่มจากวันเสาร์ หลังจากที่แวะไปเอาของที่สยาม
เราก็ตามไปสมทบเพื่อนฝูงเพื่อนร่วมงานที่สถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงศ์
เพื่อไปกินบุฟเฟ่ต์เค้กกันคะ
ร้านที่เราไปชื่อ ชื่อ... ชื่อไรฟ่ะ อ่านไม่ออก (เวรกรรม)
แต่เป็นคนละที่กับบุฟเฟ่ต์เค้กของโรงแรมโนโวเทลนะ
เดินเข้าซอย สุขุมวิท 33/1 (ซอยเดียวกับโรงแรมอีกแน่ะ)
แต่เดินเข้าไปลึกกว่า แล้วก็ต้องเลี้ยวเข้าซอยไปอีก
ตอนแรกแอบหลงๆ หาร้านไม่เจอกัน
เดินเลยซอยซะงั้น เลยต้องเดินย้อนกลับมาประมาณ 200 เมตร


พอถึงร้าน ขอสั่งน้ำก่อนเลย กระหายมาก เพราะอากาศร้อน
แล้วก็เดินไกลไปหน่อย เหงื่อแตกกันเลยทีเดียว

ตัวร้านมีลักษณะเป็นบ้าน ทำออกมาน่ารักดีเหมือนกัน 
จัดพื้นที่ได้สวยเหมือนไม่ใช่ร้านเค้ก (คือทำเป็นร้านอาหารยังได้)


เนื่องจากเรายังไม่ได้กินข้าวเช้า ก็เลยซัดเค้กไปสองชิ้น
เค้กชาเขียว (ที่ไม่มีรสชาเขียวเลยแม้แต่น้อย)
กับเค้กชอคโกแลตที่โรยหน้าด้วยผงชอคโกแลต
(อารมณ์เหมือนเค้กเทรามิสุ)
นอกจากเค้ก ก็กินเยลลี่รสส้ม แล้วก็พายอันจิ๋วไปอีกสอง
อิ่มอ้วกกันเลยทีเดียวเชียว

ถ้าเปรียบเทียบกับบุฟเฟ่ต์เค้กของโรงแรมโนโวเทล (ที่อยู่ซอยเดียวกัน)
เราว่าที่โนโวเทลอร่อยกว่าอ่ะ แบบเข้มข้นกว่า


หลังจากทานเค้กเสร็จก็ไปร้องคาราโอเกะกันต่อที่สยาม
(วกกลับมาสยามอีกล่ะ)
ร้องไปสองชั่วโมงฆ่าเวลารอกินมื้อเย็น (ยังจะกินอีกเหรอเนี่ย!?)
แล้วเราก็ไปดินเนอร์กันที่ร้านโกเบต่อ (มื้อหนักซะด้วย)
กินชุดสเต็กเนื้อไป ขอแบบสุกๆ ก็ได้มาแบบสุกๆ เหนียวๆ
มีบางชิ้น ข้างนอกเหนียว แต่ข้างในไม่สุก เลือดกระจาย T_T
แต่ก็ยังดีกว่าของเพื่อนเรา
ที่ดันสั่งแบบ medium-rare อันนั้นเลือดกระฉูดเลย

จบทริปทัวร์กินของหวาน-คาววันเสาร์
ต่อด้วยการดูหนังฆาตกรรมวันอาทิตย์

ที่จริงก็ไม่เชิงเป็นหนังฆาตกรรมอะไรหรอกนะ
เป็นหนังสืบสวนที่บอกชื่อใครๆ ก็คงร้องอ๋อ
ไปดู "คินดะอิจิ" ที่ลิโด้มาค่า
แต่เป็นรุ่นคุณปู่นะ กับตอนที่ชื่อว่า "คินดะอิจิ หน้ากากร้อยศพ"
หรือ "Kindaichi Murder of The Inugami Clan"
เรื่องนี้ทำมาจากหนังสือ "คินดะอิจิ ตอนฆาตกรรมในตระกูลอินุงามิ" นั่นเอง

ตัวหนังแอบเงียบมาก ถึงเงียบที่สุด
แทบไม่มีซาวน์แอฟเฟคเลย มีแต่เสียงบทสนทนา
คิดว่า คนทำคงตั้งใจทำให้หนังเงียบ
บรรยากาศยุคพีเรียดในเรื่อง ก็ทำให้หนังดูทึมๆ
เหมาะกับเป็นเวทีการฆาตกรรมต่อเนื่อง


สำหรับคนที่อ่านหนังสือแล้วชอบ ก็แนะนำให้ไปดู
เพราะทำออกมาดีทีเดียว ออกมาน่ากลัวสไตล์ญี่ปุ่นๆ
คือน่ากลัวไม่มาก แต่ก็ทำให้สะดุ้งได้เป็นพักๆ

แต่ด้วยความที่หนังเงียบมาก คนที่เฉยๆ กับเรื่องนี้
อาจมีการหลับได้เลยทีเดียว (ไอ้เราตั้งใจดู ยังหาวไปหลายรอบ)


สรุปสนุกดี สนุกแบบเงียบๆ ไม่หวือหวา
แอบเดาตัวฆาตกรได้ (เพราะอ่านมาก่อนแล้ว เวรกรรม)
เพื่อนที่ไปดูด้วยกัน (ไม่เคยอ่านมาก่อน) ก็บอกว่าเดาได้ อิอิ

ที่ลิโดมีหนังญี่ปุ่นอีกเรื่องที่น่าดู ชื่อเรื่อง Rainbow Song
นำแสดงโดยฮายาโตะคุง (จำนามสกุลไม่ได้)
กับจูริจัง (ขวัญใจเรา อิอิ) อ่านเนื้อเรื่องย่อๆ แล้วเลือกที่จะไม่ดูดีกว่า
เพราะเราแพ้หนังแบบนี้ กลัวร้องไห้ในโรง (ร้องแน่ๆ ฟันธง ^^")
เลยขอบาย เรื่องแนวนี้ แอบดูคนเดียวให้ห้องดีกว่า อิอิ


หนังญี่ปุ่น โปรแกรมหน้าที่ดูแน่นอน ก็คือ เรื่องคุโรซากิ (Kurosagi)
ของนายยามาชิตะพี (กิ๊กสามวิของเราเอง!?)
เวอร์ชั่นละครของเรื่องนี้สนุกดี มากิน่ารัก (นางเอก)
แต่แอบไม่ชอบเนื้อเรื่องเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด
(มันแทงใจดำพิกล เฮอะๆ) 

กว่าคุโรซากิจะเข้าก็เมษานู้นแน่ะ
ใครจะไปดูบ้าง ยกมือขึ้น (ชวนแต่เนิ่นๆ อิอิ)


ปล.เพลงประกอบคุโรซากิ นิวส์เป็นคนร้องด้วยน้า
ดู trailor ล่าสุดแล้ว เข้ากันสุดๆ ไปเลย
ต้องเตรียมตังค์สอยซิงเกิ้ลอีกแล้วสินะเรา :P

ปล2.เรียงความอีกแล้ว

 

edit @ 13 Jan 2008 22:35:35 by ppisland

Comment

Comment:

Tweet

อิจฉาคนไปเที่ยว

#2 By JinPao_47 on 2008-01-13 23:56

เสียดายจำชื่อร้านเค้กไม่ได้นะเคอะ ซอยนั้นเราก็เคยไปมาอ่ะ แต่ไปร้านคัสตาร์ดนากามุระอ่า ไม่รู้ว่ามีร้านอื่นอีก
คุโรซากิ ยังไม่ได้ดูเวอร์ชั่นซีรี่ย์เลย แต่ถ้าเข้าโรงก็แอบอยากดูเหมือนกันนะเนี่ย อุอุ

#1 By ╰KUSA★KEIFU╮ on 2008-01-13 23:36